วิชาการ

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทฤษฎี จักรวาลไม่รู้จบ (Infinit Universe)

เรื่องทฤษฎี "จักรวาลไม่รู้จบ (Infinite Universe)" ของผม แบบย่อๆ สั้นๆให้ดูอีกทีนะครับ

ตามข้อมูลดาราศาสตร์ที่เรามีอยู่ตอนนี้ เรารู้ว่าจักรวาลกำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ(แกแล็กซี่
ต่างๆวิ่งห่างออกจากกันไปเรื่อย) ด้วยอัตราความเร็วแบบก้าวหน้า(ความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)
(เพราะอะไรก็ไปหาอ่านกันเอาเอง)

เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดหนึ่งที่มวลและสะสารต่างๆของเอกภพเคลื่อนที่ด้วยความ
เร็วเท่ากับความเร็วแสง เมื่อนั้นสะสารต่างๆที่ประกอบกันขึ้นเป็นเอกภพ จะไม่สามารถดำรง
สภาพความเป็นสะสารต่อไปได้ อณูของสะสารทุกชนิดก็ฉีกออก(แปรสภาพ)ลงไปในระดับอะตอม
กลายสภาพเป็นพลังงาน

และเมื่อสะสารทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นดวงดาว แกแล็กซี่ รวมไปถึงสะสารมืด(ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว
มีปริมาตรมากกว่า 80% ของสะสารทุกชนิดในเอกภพ) เดินทางออกจากกันด้วยความเร็วแสง
ไปถึงจุดที่ไม่สามารถดำรงสภาพเป็นสะสารได้ ที่จุดนั้นก็จะก่อให้เกิดความหนาแน่นของพลังที่มีค่า
เป็นอนันต์

ที่จุดนั้น(ผมสมมุติให้เป็นขอบของเอกภพ) จะเกิดสิ่งที่เรียกว่าการปะทะกันของพลังงานที่หดตัว
กลับเข้าสู่ด้านในของเอกภพที่อยู่ด้านนอก ที่พลังงานที่มีค่าเป็นอนันต์ปะทะเข้ากับพลังงานที่มี
ค่าเป็นอนันต์ ที่จะไม่สามารถดำรงสภาพความเป็นพลังงานที่มีค่าเป็นอนันต์ต่อไปได้ ก็จะเกิด
สิ่งที่เรียกว่าบิ้กแบงขึ้น โดยพลังงานหรือการระเบิดของบิ้กแบงนี้จะระเบิดออกสู่ด้านนอก
(outer bigbang) และกลับเข้าสู่ด้านใน(inner bigbang) ในเวลาเดียวกัน ก่อเกิดเป็น
ดวงดาว แกแล็กซี่ ดาราจักรที่ขยายตัวออกสู่ด้านนอกส่วนหนึง และดวงดาว แกแล็กซี่ ดาราจักร
ที่หดตัวกลับเข้าสู่ด้านในอีกส่วนหนึ่ง

และวนเวียนซ้ำซาก ซ้อนกันเป็นชั้นๆอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันจบ เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่า
เอกภพคู่ขนาน เป็นชั้นๆ เรียงตัวกันไป

ถ้าทฤษฎีนี้สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริง ถ้ามนุษย์มีเทคโลยีที่จะมองไปให้เกินสุดขอบของจักวาล
เราจะพบว่ามี สะสาร และ-หรือ พลังงานงานมหาศาลกำลังหดตัวเข้ามาที่ขอบของเอกภพที่เรา
อาศัยอยู่

แต่ส่วนของเอกภพที่หดตัวกลับเข้าสู่ด้านในที่เกิดพร้อมกันจากบิ้กแบงค์เดียวกับที่เราอยู่ตอนนี้
ป่านนี้มีขนาดหดตัวเล็กลงกว่า หนึงส่วนล้านของขนาดของอตอมไปแล้ว แต่ภายในก็จะมีแกแล็กซี่
ดวงดาว ดาราจักร ในลักษณะเดียวกับที่เอกภพที่เราเป็นอยู่

และเมื่อเอกภพจิ๋วนั้นหดตัวลงไปจนถึงจุดที่ชนกับขอบของพลังงานจากเอกภพที่ซ้อนอยู่ด้านในที่กำลัง
ขยายตัวออกมาก็จะเกิดบิ้กแบงค์กลับออกสู่ด้านนอก และด้านใน เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ
เป้นชั้นๆไม่มีจุดตั้งต้น ไม่มีจุดสิ้นสุดครับ

โดยส่วนตัวผมปฎิเสธ "ทฤษฎีบิ้กฟรีซ" เพราะมันอธิบายไม่ได้ว่า เมื่อเอกภพขยายตัวด้วยความเร็วที่
เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพ้นความเร็วแสงไปแล้ว จักรวาลจะมีสภาพเป็นอย่างไร เอกภพคู่ขนานจะดำรงอยู่
อย่างไร

แต่ถ้าใช้ ทฤษฎี Infinite Universe จะใช้อธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดก่อนบิ้กแบงค์ และปฏิกิริยาที่
เกิดหลังบิ้กแบงค์ รวมถึงสภาพการดำรงอยู่ของเอกภพคู่ขนานในมิติต่างๆได้

ซึ่งเอกภพทั้งหมดที่ดำรงอยู่ในทุกภพภูมินี้จะดำเนินไปตามหลัก "อิทธัปปัจจยะตา"

ปล1. อิทธัปปัจจยะตา = เพราะความเกิดแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น - เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้
สิ่งนี้จึงดับไป อันเป็นกฎสากลของธรรมชาติ

ปล2. ธรรมชาติ = ธรรมะ

อันนี้แบบย่อๆนะครับ ใครสงสัยอะไรถามมาได้ แต่ขอร้อง อย่ากวนTeen ครับ

จากคุณ: กัปตันฯ มาเอง (กัปตันสมหมาย)
เขียนเมื่อ: 21 มี.ค. 53 23:03:19
สะสาร และปฏิสะสาร ทั้งหมด เกิดขึ้นหลังบิ้กแบงครับ

ช่วงหนึ่งในล้านของวินาทีก่อนและหลังบิ้กแบง มีแต่พลังงาน
ไม่มีสะสารและไม่มีปฏิสะสาร

ย่างน้อยทฤษฎีของผมก็มีหลักฐานอย่างน้อยสอง-สามชิ้นคือ

จากข้อมูลโดยกล้องถ่ายภาพอวกาศฮับเบิ้ล เรามีหลักฐานว่า

1.จักรวาลขยายตัวในอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น (วันใดวันหนึ่งมันจะเร็วเท่าแสง)
2.ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ สะสารจะเคลื่อนที่ใกล้ความเร็วแสงได้ แต่มวลของมันก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
3.เมื่อสะสารมีอัตราเร่งเพิ่มขึ้นจนถึงจุดที่เร็วเท่าแสง มวลของของมันก็จะมีค่าเป็นอนันต์
จนไม่สามารถดำรงความเป็นสะสารต่อไปได้ และดังนั้น ปิ้ววว.... กลายเป็นพลังงาน

จากคุณ: เจ้าของ Infinite Universe (กัปตันสมหมาย)
เขียนเมื่อ: 22 มี.ค. 53 13:02:20
เพิ่มเติม และเมื่อพลังงานที่ขยายออก ปะทะกับพลังงานที่ที่หดตัวเข้ามาจากการระเบิดครั้งก่อน
ก็จะ บู้มมม.. ระเบิดออกสู่ที่ว่างด้านนอก และ บู้มมม... ระเบิดออกสู่ที่ว่างด้านในเข้าสู่จุดศูนย์กลาง
ที่เคยเป็นจุดศูนย์กลางของการระเบิดในครั้งก่อน

ถ้านึกภาพไม่ออกว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร ก็ลองหลับตานึกภาพตอนโยนก้อนหินลงไปในสระน้ำ
เมื่อคลื่นน้ำแผ่เป็นวงกลมออกไปทุกทิศทางไปชนเข้ากับขอบสระน้ำ มันก็จะสะท้อนกลับเข้ามาที่
จุดศูนย์กลางที่เป็นจุดที่เราโยนก้อนหินลงไป

แตกต่างกันตรงที่คลื่นในสระน้ำมันเกิดบนระนาบ 2 มิติ

แต่ทฤษฎีของผมมันเกิดขึ้นบนระนาบ 4 มิติ ที่มีเรื่องของ มวล - เวลา - ความเร็ว เข้ามาเป็นตัว
แปรให้เกิดเอกภพคู่ขนานทับซ้อนกันเป็นชั้นๆไปเรื่อยๆ ไม่มีจุดตั้งต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด ครับ ....

จากคุณ: เจ้าของ Infinite Universe (กัปตันสมหมาย)
เขียนเมื่อ: 22 มี.ค. 53 13:21:33

ป่านนี้สิ่งมีชีวิตโง่ๆอันทรงภูมิปัญญาหลายชนิดในเอกภพคู่ขนานอาจจะสังเกตุพบแล้วว่า เอกภพของเขา
กำลังหดตัวลงในอัตราเร่งที่เพิ่มขึ้น แล้วก็คงจะมานั่งวิเคราะห์ถกเถียงกัน เหมือนกับที่เราทำกันอยู่
นี่แหละ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนบิ้กแบง แล้วอะไรทำให้เกิดบิ้กแบง เหมือนๆกันประมาณนี้เ

จากคุณ: เจ้าของ Infinite Universe (กัปตันสมหมาย)
เขียนเมื่อ: 22 มี.ค. 53 13:29:31